คนที่ชอบเล่นกล้องถ่ายรูปมักจะมีสิ่งที่ชอบคล้ายๆ กันอยู่อย่างหนึ่ง คือ หาซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมสำหรับกล้อง ดูไปก็คล้ายๆ กับคนชอบรถยนต์ ที่ต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม ไม่ว่าในส่วนของอุปกรณ์เสริมการขับขี่เพื่อสมรรถนะของรถ หรือไม่ก็เพื่อความสะดวกสบาย ตลอดจนความสวยงาน แต่คนเล่นกล้องนั้น ผมคิดว่าเป็นการเน้นในส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้งาน มากกว่าเน้นเรื่องความสวยงาม
อุปกรณ์ที่ผมนำเสนอในตอนนี้ คือ อุปกรณ์เสริมสำหรับกล้อง DJI Osmo Pocket 4 P ซึ่งเป็นกล้องที่เล็กกระทัดรัดสมชื่อ Pocket
1. Battery Handle
กล้องตัวนี้ไม่ได้ให้ Battery Handle มาให้ แม้จะเป็นรุ่น Vlog Combo ก็ตาม ผมว่า Battery Handle จำเป็นจริงๆ ถ้าไม่อยากก็ต้องหา Power Bank มาใช้ แต่ผมเห็นว่ามันจำเป็น นอกจากประโยชน์ในความเป็นแบตเตอรี่สำรองแล้ว ยังเป็นตัว Handle ช่วยให้จับกล้องได้ถนัดมือขึ้น หากต้องการใช้ของแท้ของ DJI ราคามันแรงไปหน่อย ใช้ของเทียบของ 3rd party แทนก็ได้
ที่ผมใช้มันมี 2 ขนาด ตัวเล็กหน่อย คือ Puluz ความจุแค่ 2,800 mAh อันนี้เน้นเล็กเบาพกพาง่าย ส่วนตัวใหญ่ คือ BT03 ความจุ 5,000 mAh ตัวนี้เน้นเป็น Power Bank มากกว่า ด้ามมันยาวไปนิด เวลาใส่กับ Pocket 4P ดูไม่ค่อยติดสนิทนัก แม้เป็นยี่ห้อโนเนม แต่การออกแบบก็ดูดี มีฝาปิดตรงหัวที่จะเสียบกับกล้อง ดูเรียบร้อยดี

2. Lens Filters
อันนี้น่าจะนับได้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่สำคัญแบบพลาดไม่ได้ ฟิลเตอร์นั้นมีหลายประเภท หลายแบบ หลายราคาทั้งถูกและแพง และหลายยี่ห้อ ผมไม่ได้ซื้อไว้ทุกประเภท ซื้อเฉพาะที่ตัวเองคิดว่าจำเป็นเท่านั้น เอาที่ผมใช้อยู่เองก็หลากหลายยี่ห้อ แยกย่อยเป็นดังนี้
– UV Filter
ฟิลเตอร์มาตรฐานสำหรับเลนส์กล้องทั่วไป ผมใช้ UV Filter ของ K&F Nano-X Series โดยถอดฟิลเตอร์เดิมของ Pocket 4P เก็บไว้ เพราะเวลาจะเปลี่ยนฟิลเตอร์ต่างๆ ก็ต้องถอดฟิลเตอร์ธรรมดาที่มาพร้อมกล้องออกอยู่ดี ถอดไปถอดมากลัวว่ามันจะหล่นหายได้

– ND Filter
สำหรับ ND Filter คนที่ถ่ายวิดีโอ B-roll แบบผมนี่ ผมว่าจำเป็นนะ และผมต้องการตั้งค่า Shutter Speed ให้เร็วเป็น 2 เท่าของ Frame Rate แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในกรณีแสงแดดจ้ามาก การปรับค่า Shutter Speed แค่ 2 เท่าของ Frame Rate มันจะทำให้ภาพ Overexpose ได้ ดังนั้น การเอา ND Filter มาใช้เพื่อปรับความสว่างของแสงลงให้เหมาะสม มันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ND Filter ชุดแรก คือ K&F Nano X-Series ซึ่งเป็น VND2-32 คือ ปรับค่า 1-5 Stop ในฟิลเตอร์เดียว เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่อยากเปลี่ยน ND Filter หลายตัว

ส่วนชุดที่ 2 คือ ND Filter ยี่ห้อ SmallRig Split Filter Kit เป็นชุดที่มี ND16 ND64 ND256 และ CPL Filter โดยที่ฟิลเตอร์ชุดนี้เป็น Magnetic จึงมี Magnetic Base เป็นกรอบรองรับ Magnetic Filter ที่มีชุดนี้ไว้เนื่องจากเห็นว่า VND ที่มีอยู่ค่า Stop สูงสุดมันแค่ 5 Stop อาจสู้แสงจ้าสุดๆ ไม่ได้จึงหาชุดของ SmallRig เพิ่มเติมไว้ ที่สำคัญมันซ้อน ND กันได้ 2 ชิ้น ซึ่งมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการถ่ายภาพนิ่ง จริงๆ จะซ้อน 3 ชิ้นก็ได้ แต่ดูๆ ไป มันจะทำให้ Gimbal ค่อนข้างแบกน้ำหนักไปนิด

– Light Pollution Reduction (LPR) Filter
ฟิลเตอร์นี้ช่วยทำให้การถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งกลางคืนมีความคมชัดขึ้น โดยลดมลภาวะทางแสง ช่วยตัดแสงสีเหลืองหรือสีส้มที่มาจากหลอดไฟ ผมใช้ยี่ห้อ Freewell ข้อสังเกต ฟิลเตอร์ประเภท LPR นี้แต่ละแบรนด์จะเรียกชื่อไม่เหมือนกัน แต่คุณสมบัติคล้ายๆ กัน

นอกจากนี้ยังฟิลเตอร์อีกหลายชนิด เช่น Black Mist Filter หรือ Starlight Filter สำหร้บผมคิดว่าเท่าที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว
3. Case
Case ก็นับว่ามีความจำเป็นเช่นกัน กล่องที่ DJI ให้มา ผมไม่ชอบมันดูพองๆ ยังไงก็ไม่รู้ แถมกระเป๋าเล็กๆบางๆ ที่ให้มา คือ เป็น Soft Case ไม่สามารถกันกระแทกได้ มีประโยชน์ก็เพียงแค่เอาไว้ใส่สายชาร์จหลากหลาย คือสายชาร์จกล้อง สายชาร์จ Frame Tap สายชาร์จ Fill Light และสายชาร์จ Mic Mini Transmitter และอุปกรณ์บางตัวเท่านั้น น่ารำคาญนักเรื่องสายชาร์จทำไมเขาไม่ทำแบบมีแค่สายเดียวพอ ใช้ชาร์จกับอุปกรณ์ทุกชิ้น ไปไหนทีหากต้องการใช้ทุกอุปกรณ์ ก็ต้องพกไปเป็นพวง
ดังนี้ ผมก็ต้องต้องหา Case ที่เหมาะสม ใช้ป้องกันกล้องไม่ให้กระทบกระแทกอะไรที่เกิดความเสียหายได้ ซึ่งมันมี Case แบบ 2 แบบ คือ Full Cover Case หรือ Carrying Case อันนี้สามารถปกป้องคุณของคุณได้ดีที่สุดแล้ว แต่มัน Bulky คือ เทอะทะมาก แทนที่เราจะพกล้องตัวเล็กๆ กลับต้องมี Case เทอะทะ ผมไม่ชอบ ที่ผมชอบคือ แบบ Hard Case หรือจะเรียกว่า Half Case ก็ได้ มันจะปกป้องคลอบคลุมส่วนตอนบนและตอนกลางของกล้องเท่านั้น แบรนด์ที่ผมซื้อตัวแรก คือ JJC

JJC Protective Cover ตัวนี้ เป็น ABS พลาสติก ด้านในมีซิลิโคนบุด้วยกำมะหยี่ เพื่อปกป้องกิมบอลและจอ LCD ของกล้องไว้ Case มีน้ำหนักเบามาก
Case อีกตัวที่ผมซื้อมาทีหลัง คือ K&F Screen Lens Protector For Pocket 4P วัสดุทำจากโพลีคาร์บอเนต ด้านในบุด้วยซิลิโคนนุ่ม เพื่อช่วยยึดกิมบอล เลนส์ ให้อยู่กับที่ และป้องกันจอ LCD

อาจจะมีคำถามว่า ทำไมต้องซื้อ Case คล้ายกันถึง 2 ตัว ตัวแรกที่ซื้อ คือ JJC แต่ต่อมาผมอยากได้ Ulanzi Pocket Quick-Mount Tripod (ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป) แต่เกรงว่าเมื่อเอา Ulanzi Pocket Tripod มาใช้ร่วมกับ Case ของ JJC มันจะทำให้ Case ปิดไม่สนิท เพราะผลิตภัณฑ์ของ Ulanzi ไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องขนาดไว้ครบถ้วน จึงอาศัยดูจากภาพเอา แต่เมื่อได้ของมาแล้ว Ulanzi Pocket Tripod ตัวนี้ ใช้ร่วมกับ JJC Case ได้นะครับ แต่เวลาปิดฝาด้านหลังของ Case มันจะเบียดๆ กับส่วนปลายของด้านหลัง Ulanzi Pocket Tripo เล็กน้อย (ดูภาพด้านล่าง) ถ้าจะไม่ให้มันเบียดกันเลย อาจใช้กระดาษทรายมาขัดตรงส่วนปลาย Case ขัดออกไม่เกิน 1 มม. ก็ใช้ได้แล้ว แต่ถ้าไม่ซีเรียสและยอมรับได้ว่ามันจะมีการครูดกันบ้างเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร ส่วน Case ของ K&F สบายใจหายห่วง มีช่องว่างห่างกันถึง 1.5 ซม.

4. Ulanzi Pocket Quick-Mount Tripod
ทำไมจะต้องซื้ออุปกรณ์ตัวนี้ในเมื่อมี DJI Mini Tripod ซึ่งมาพร้อมกับกล้องอยู่แล้ว เหตุผลเพราะ Mini Tripod มันตั้งวางกล้องได้ตำแหน่งเดียว คือ ตั้งตรงๆ ทื่อๆ และมีประโยชน์ในการติดแล้วต่อกล้องได้ยาวขึ้น สะดวกในการจับถือ แต่ Ulanzi Pocket Tripod นี้ มันใช้ในการตั้งกล้อง วางกล้อง แขวนกล้อง กล่าวคือ ทำงานได้หลากหลายกว่า ดูภาพด้านล่างนี้ก็แล้วกันครับ

5. FrameTap Extension Handle
อุปกรณ์ตัวสุดท้ายนี้นี้ไม่ได้ถึงกับจำเป็นอะไรนัก แต่ผมเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์เมื่อใช้งาน FrameTap ซึ่งมีขนาดเล็ก จับถือไม่ถนัด เสี่ยงหล่นหายง่าย การมี Handle มาเสริมทำให้จับถนัดมือขึ้น และราคาแค่ร้อยกว่าบาท ไม่ต้องคิดอะไรมาก มีไว้ดีกว่าไม่มี

