เคยสงสัยกันไหมครับว่า Blog คืออะไร แล้วมันแตกต่างกับ Website อย่างไร บางคนอาจจะงงๆ เรียกสลับไปสลับมา เรามาหาคำตอบกันในที่นี้ว่ามันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ว่ากันกว้างๆ มันก็คล้ายๆ กัน ไม่ได้แตกต่างแบบฟ้ากับเหว หรือเทียบระหว่างแอปเปิ้ลกับส้ม แต่มันแตกต่างแบบส้มคนละพันธุ์เสียมากกว่า แบบว่าเป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน รสชาติแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น เปรี้ยวกว่าหรือค่อนข้างหวานกว่า และความนิยมในการซื้อขายมากินกันมากกว่า รวมทั้งราคาขาย
จริงๆ แล้ว ความแตกต่างมันอยู่ที่โครงสร้าง เนื้อหา วัตถุประสงค์ รูปแบบ อะไรทำนองนี้ แม้ว่าทั้งคู่จะแสดงอยู่ในรูปแบบออนไลน์เหมือนกัน ดังจะสรุปเป็นประเด็นหลักๆ และมีข้อยกเว้นของหลักที่ยกขึ้นมาด้วยยุบยับไปหมด ดังต่อไปนี้
– Website เน้นในด้านธุรกิจ การพาณิชย์ ปกติบริษัทต่างๆ เปิด Website ขึ้นมาก็เพื่อการนำเสนอสินค้าของตน หรืออาจเปิดให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้ บางเว็บก็เพียงแค่นำเสนอรายละเอียดสินค้าเท่านั้น ส่วนการสั่งซื้อก็จะให้ Link พวกตัวแทนจำหน่าย อันนี้เป็นหลักกว้างๆ แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว มันไม่เสมอไปหรอกว่าต้องเป็นเรื่องของธุรกิจ หน่วยงานต่างๆ เช่น ของรัฐ ของ NGO หรือองค์การต่างๆ ก็สร้างเว็บขึ้นมาประชาสัมพันธ์ขอบเขตหน้าที่หน่วยงานของตนเช่นกัน พร้อมทั้งเสนอช่องทางทำติดต่อกับหน่วยงาน และอาจมีแบบฟอร์มต่างๆ เพื่อการประสาสัมพันธ์ หรือแบบฟอร์มให้ download เพื่อนำมาใช้ในการยื่นคำร้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนั้น ซึ่งมันก็คือ Website เหมือนกัน
Website นั้น มันเกิดมาก่อน Blog ซึ่ง Blog นี้มันมาทีหลัง เพราะ Blog มันมีวัตุประสงค์ โครงสร้างเนื่อหาที่แตกต่างออกไปจาก Website โดย Blog นั้น เริ่มแรกมันก็ไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ หรือการประชาสัมพันธ์โดยตรง แต่มันดูเหมือนการบันทึกของปัจเจกบุคคลเสียมากกว่า เช่น คนที่นิยมทำอะไรสักอย่าง ก็จะบันทึกเหตุการณ์ที่ทำขึ้นมาเผยแพร่ให้คนอื่นทราบด้วย เช่น คนที่เป็นักท่องเที่ยว เวลาเดินทางไปเที่ยวที่ไหน ก็จะเขียนในลักษณะบทความ หรือไม่ก็แสดงรูปภาพให้ผู้อ่านรู้ว่าได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง และอาจเขียนเป็นตอนๆ ให้กลุ่มผู้อ่านที่สนใจในเรื่องดังกล่าวได้ติดตามอ่านอยู่เสมอ หรือคนที่ชอบถ่ายภาพก็อาจทำ Blog เพื่อนำเสนอภาพถ่ายของตนให้ผู้อ่านได้ทราบและติดตาม หรือคนชอบเลี้ยงสัตว์ก็จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ที่เลี้ยง หรือคนชอบรีวิวเครื่องมือเครื่องใข้ต่างๆ ก็จะรีวิวให้ผู้อ่านทราบเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้พวกนั้น
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่า Website จะทำแบบนั้นไม่ได้ เขาก็ทำได้ในลักษณะเป็น Blog เช่นกัน คือ เป็น Website นี่แหละ แต่ก็สร้าง Blog ขึ้นมาเป็น Section ส่วนหนึ่งของ Website ตัวอย่างเช่น Website ของบริษัท Software เขาก็อาจสร้าง Blog ขึ้นมาภายใน Website ของเขา โดยนำเสนอเกี่ยวกับ Trick หรือ Tip หรือ Tutorial การใช้ Software นั้น ในแต่ละ function โดยเขียนเป็นตอนๆ หรือแต่ละหัวข้อไป
– Blog เน้นการเข้ามีส่วนร่วมของผู้อ่าน คือ มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียน หรือระหว่างผู้อ่านด้วยกัน ในขณะที่ Website แม้บางเว็บจะมีช่องให้แสดงความคิดได้เหมือนกัน แต่มักไม่ค่อยเน้น อย่างไรก็ดี มันเหมือนมีเส้นแบ่งกลางๆ ระหว่าง Blog กับ Website เพราะบาง Website เขาก็เน้นหรือตั้งขึ้นมาก็เพื่อการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะ อย่างเช่น พวก Webboard แปลตรงๆ ก็คือ กระดานสนทนา ซึ่ง Webboard ก็มีความเป็น Website มากกว่าที่จะเป็น Blog อย่างเข่นเว็บ pantip.com มันก็เป็น Website ไม่ได้เป็น Blog แต่อย่างใด และในบางเว็บมันมี Forums ตั้งอยู่ใน Website อย่างเช่น dpreview.com ซึ่งเป็นเว็บเนื้อหาเกี่ยวกับภาพถ่ายดิจิทัล แต่ก็มี Forums ให้สนทนากันได้
– ในส่วนการทำเงิน (Monetization) ปกติ Website จะมีการทำธุรกิจ online เป็นกิจจะลักษณะมากกว่า Blog คือ เป็นกิจกรรมทางพาณิชย์อย่างเป็นทางการในลักษณะ e-Commerce การขายผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ หรือการจ่ายเงินค่าสมาชิกแบบรายเดือน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า Blog จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับการพาณิชย์ไม่ได้ มีได้ครับ แทบไม่ต่างไปจาก Website เพียงแต่มันมี scale ที่ไม่ได้ใหญ่โตและขอบเขตกว้างกว่า Website ซึ่ง Blog มีการให้ลงโฆษณาได้ หรือทำการตลาดแบบพาร์ทเนอร์ (Affiliate Marketing) หรือเจ้าของ Blog เป็นผู้ขายสินค้าของตัวเอง เป็นต้น
– คิดว่าบางคนอาจมีความเห็นว่า Blog นั้นเน้นไปที่การสร้างที่ไม่ต้องเสียเงิน เช่น ใช้บริการ Server ฟรี อย่างเช่น Blogger (blogspot.com) หรือ WordPress ไม่ต้องไปจดทะเบียน Domain Name ในขณะที่ Website ต้องมีค่าใช้จ่าย มีการเช่า Web Hosting และจดทะเบียน Domain Name จริงๆ แล้ว มันไม่จำเป็นเสมอไป Blog ไม่จำเป็นต้องใช้ของฟรี จะเสียเงินจดทะเบียน Domain Name เป็นของตัวเองก็ได้ จะเช่าบริการ Web Hosting ก็ได้
– ผมเคยอ่านผู้เขียนบางคนให้ความเห็นว่า การสร้าง Blog นั้นง่ายกว่า มี Template ฟรีให้ใช้งาน ไม่ต้องมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์ก็สร้าง Blog ได้ง่ายๆ ในขณะที่สร้าง Website ต้องมีความรู้ทางเทคนิคมากกว่า อันนี้มันเป็นหลักการกว้างๆ เสียมากกว่า เพราะในความเป็นจริงแล้ว พวก Website ก็สามารถสร้างได้ง่ายเช่นกัน เพราะมี Template ฟรีให้ใช้เช่นกัน เพียงแต่รูปแบบลูกเล่นต่างๆ มันไม่ได้ดีเท่าการเสียเงินซื้อ Template แต่จากประสพการณ์ของผมเอง แม้เขียน Blog ใช้ Server ฟรีมานานพอสมควร แต่ถ้าไม่มีความรู้ทางด้าน HTML (Hypertext Markup Language) มันก็ขลุกขลักอยู่ พูดได้ว่าข้อเขียนบทความ และ Gallery ของผมเกือบทุกตอนใน blogger ต้องเข้าไปแก้ไขในส่วนของ HTML เป็นประจำ เพราะการจัดหน้า การจัดภาพ การขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งพื้นที่ว่างมักมีขนาดไม่เท่ากัน
โดยสรุป ทั้ง Website และ Blog มันมีส่วนที่คล้ายๆ กันอยู่มาก จนบางครั้งแทบจะแยกไม่ออก หรือบางครั้งมันก็ผสมผสานปนเปกันไป จะเป็น Blog ก็ไม่ใช่ เป็น Website ก็ไม่เชิง ซึ่งความจริงแล้ว มันก็คือ Platform แบบ online มันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้สร้างมากกว่า ว่าเขาต้องการทำแบบไหน พูดแบบกำปั้นทุบดิน ทำแบบไหนก็ได้ ถ้ามันบรรลุวัตถุประสงค์ของผู้สร้างก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบอะไรที่มันตายตัวหรือไม่ยืดหยุ่น